วิธีการเปรียบเทียบของการศึกษาการเมืองเปรียบเทียบ
(Comparative Method
of Comparative Politics Study)
การศึกษาการเมืองเปรียบเทียบ ได้รับความสนใจจากนักรัฐศาสตร์
และถูกพัฒนาขึ้นในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2
นั้น นักรัฐศาสตร์สนใจศึกษาโครงสร้างทางการเมืองที่เป็นทางการของประเทศประชาธิปไตยตะวันตกที่พัฒนาแล้ว
เพียง 5 – 6 ประเทศ
ได้แก่ อังกฤษ, สหรัฐอเมริกา, ฝรั่งเศส,
เยอรมัน และ อิตาลี
มีการศึกษาที่เราเรียกได้ว่า รัฐบาลเปรียบเทียบ เช่น
นำเอาระบบราชการของสหรัฐอเมริกาเปรียบเทียบกับอังกฤษ เปรียบเทียบรัฐธรรมนูญของประเทศเยอรมันกับฝรั่งเศส
ฯลฯ ลักษณะของการศึกษาเป็นแบบพรรณนาโวหาร
ไม่เน้นการสร้างทฤษฎีเชิงประจักษ์
หลังสงครามโลกครั้งที่
2 มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากสำหรับเนื้อหา
และเป้าหมายของการศึกษาวิชารัฐศาสตร์ หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้น สภาพการเมืองระหว่างประเทศเป็นการต่อสู้ระหว่างอุดมการณ์ทางการเมือง
2 ขั้ว ได้แก่
เสรีนิยมประชาธิปไตย นำโดยสหรัฐอเมริกา และขั้วสังคมนิยมนำโดยรัสเซีย
แต่ละขั้วอุดมการณ์ต่างพยายามแสวงหา
ประเทศที่ยอมรับเป็นสมุนอุดมการณ์ของตน
ในทวีปเอเซีย, ลาตินอเมริกาและแอฟริกานั้น หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศมหาอำนาจตะวันตกซึ่งเคยซึ่งเคยครอบงำประเทศต่าง
ๆ ได้ปลดปล่อยประเทศเหล่านี้ให้เป็นประเทศเอกราช
ประเทศเอกราชเหล่านี้พยายามเลียนแบบการปกครองแบบประชาธิปไตยของตะวันตกซึ่งเป็นของประเทศแม่ อย่างไรก็ตามการพัฒนาประชาธิปไตยในประเทศเหล่านี้ไม่ประสบความสำเร็จ
เกิดการใช้ความรุนแรงทางการเมือง มีการปฏิวัติ รัฐประหาร
รัฐบาลสหรัฐอเมริกาจึงต้องการศึกษาว่าเพราะสาเหตุใดประเทศโลกที่ 3 ที่ได้รับเอกราชใหม่ ๆ
จึงพัฒนาประชาธิปไตยไม่สำเร็จ
มีการให้ทุนวิจัยกับมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกามากมาย และวิชาเกี่ยวกับการเมืองประเทศกำลังพัฒนาก็เกิดขึ้น
หลังจากนั้นก็มีความพยายามที่จะเปรียบเทียบประเทศที่พัฒนาแล้วกับประเทศที่กำลังพัฒนาโดยนักรัฐศาสตร์ได้สร้างแนวคิดสำคัญที่ใช้เป็นกรอบในการศึกษา
เช่น แนวคิดเกี่ยวกับระบบ แนวคิดโครงสร้าง หน้าที่ แนวคิดเรื่องวัฒนธรรมทางการเมือง
แนวคิดเรื่องผู้นำ
แนวคิดเรื่องกลุ่มผลประโยชน์ และพรรคการเมืองแนวคิดเรื่องการปฏิรูป,
การปฏิวัติ
การแทรกแซงทางการเมืองโดยทหาร
แนวคิดเกี่ยวกับระบอบการปกครอง รูปแบบต่าง ๆ เช่น ประชาธิปไตย, สังคมนิยม, อำนาจนิยม
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น